วันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

สรุปความรู้การนำเสนอการประเมินพัฒนาการทั้ง 11 กลุ่ม

กลุ่มที่ 1 สุขภาพอนามัย (การเจริญเติบโต ภาวะโภชนาการ สุขนิสัย) 

รับฟังเนื้อหา

ใบงาน
แบบทดสอบ
แบบประเมิน

ความรู้ที่ได้รับ

ความหมายของเด็กปฐมวัย

เด็กปฐมวัย หมายถึง เด็กที่อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 3 – 6 ปี ซึ่งเป็นระยะที่เด็กกำลังเจริญเติบโต สามารถพึ่งตนเองได้บ้างแล้ว เด็กในวัยนี้มักจะต้องการเป็นอิสระและต้องการทดลองความสามารถของตนเอง ซึ่งส่วนมากจะผ่านขั้นตอนพัฒนาการมาบ้าง ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา เด็กปฐมวัยนี้บางครั้งอาจเรียกได้ว่าเป็นเด็กที่อยู่ในวัยก่อนเรียน ซึ่งคำทั้ง 2 คำนี้ สามารถใช้แทนกันได้

แนวทางการประเมินการประเมินด้านการเจริญเติบโต

การรวบรวมข้อมูลด้านการเจริญเติบโตของเด็กทำได้ทั้งจากการซักประวัติ และการประเมิน การ

เจริญเติบโตของเด็ก

1 การซักประวัติการเจริญเติบโต

2 การประเมินการเจริญเติบโต และการแปลผล ดัชนีของการเจริญเติบโตในเด็กที่ใช้ทั่วไป



กลุ่มที่ 3 ร่างกาย - ทักษะการใช้กล้ามเนื้อเล็กและประสาทสัมพันธ์

ก่อนเริ่มนำเสนอ

รับฟังเนื้อหา

แบบทดสอบ

ความรู้ที่ได้รับ

หลักการประเมินพัฒนาการด้านร่างกาย

การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้เป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็นกระบวนการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมและความสามารถของเด็กในด้านต่างๆ ทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง แล้วนำมาเรียบเรียงอย่างเป็นระบบเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจเกี่ยวกับเด็กหรือการจัดประสบการณ์ให้แก่เด็กการประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้เป็นสิ่งที่ควรเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการจัดประสบการณ์ตามปกติในกิจวัตรประจำวัน ครูที่ประเมินอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบจะสามารถใช้หลักสูตรและจัดประสบการณ์ได้อย่างเหมาะสมกับวัย และความแตกต่างระหว่างบุคคลของเด็ก



กลุ่มที่ 4 สุขภาพอนามัย (การเจริญเติบโต ภาวะโภชนาการ สุขนิสัย)

ทำแบบทดสอบก่อนรับฟังเนื้อหา
รับฟังเนื้อหา

สะท้อนคิดจากการชมวิดีโอ


แบบทดสอบ


ความรู้ที่ได้รับ
หลักการประเมินพัฒนาการด้านอารมณ์-จิตใจ ของเด็กปฐมวัย

การประเมินพัฒนาการควรยึดหลัก ดังนี้

1.วางแผนการประเมินพัฒนาการอย่างเป็นระบบโดยเริ่มต้นจากการศึกษาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย กำหนดวัตถุประสงค์ วิธีการและเครื่องมือการประเมินและเก็บรวบรวมข้อมูลแปลผลต่อไป

2. ประเมินพัฒนาการเด็กครบทุกด้านซึ่งต้องสอดคล้องและครอบคลุมมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ตัวบ่งชี้ และสภาพที่พึงประสงค์แต่ละวัยที่กำหนดไว้ในหลักสูตรสถานศึกษา

3.ประเมินพัฒนาการเด็กเป็นรายบุคคลอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องตลอดปี

4.ประเมินพัฒนาการตามสภาพจริงจากกิจกรรมประจำวันด้วยเครื่องมือและวิธีการที่หลากหลาย

5.สรุปผลการประเมินจัดทำข้อมูลและนำผลการประเมินไปใช้พัฒนาเด็กเป็นรายบุคคลและใช้เป็นข้อมูล สื่อสารกับผู้ปกครองในการเสริมศักยภาพเด็กเป็นรายบุคคล


กลุ่มที่ 5 สังคม : การเรียนรู้ทางสังคม / ทักษะทางสังคม/พฤติกรรม/ความสามารถทางสังคม ฯลฯ

ก่อนรับฟังเนื้อหา

รับฟังเนื้อหา



ความรู้ที่ได้รับ
     ขั้นตอนในการพัฒนาทักษะทางสังคม
           ผู้ปกครองที่ต้องการจะพัฒนาทักษะทางสังคมให้กับบุตรหลาน ควรดําเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. ก่อนการปฏิบัติกิจกรรม ควรปฏิบัติดังนี้
1.1 แยกแยะและกําหนดพฤติกรรมเป้าหมายที่ต้องการจะพัฒนา /แก้ไขว่ามีพฤติกรรมใดบ้าง
1.2 ตัดสินว่าพฤติกรรมใดที่ต้องการพัฒนาหรือแก้ไข
1.3 กําหนดพฤติกรรมอย่างละเอียดว่าต้องการให้เกิดผลอย่างไรโดยกําหนดสิ่งที่บุตรหลานสามารถ
จะทําได้หรือแสดงออกหลังจาก การได้รับการส่งเสริมทักษะนั้นๆแล้ว
1.4 วางแผนและจัดเตรียมการพัฒนา โดย
1.4.1 การกําหนดกิจกรรมที่จะใช้ในการพัฒนาพฤติกรรมที่กําหนดไว้
1.4.2 กําหนดระยะเวลา อุปกรณ์ สถานการณ์ และบุคคลผู้ร่วมทํากิจกรรม
2. ระหว่างการปฏิบัติกิจกรรม
ปฏิบัติกิจกรรมตามที่กําหนดไว้พร้อมทั้งสังเกตพฤติกรรมของบุตรหลานในระหว่างการทํา
กิจกรรม จดจําและบันทึกพฤติกรรมที่บุตรหลานแสดงออกในระหว่างการทํากิจกรรม
3. หลังการปฏิบัติกิจกรรม
ควรสรุปผลการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของบุตรหลานที่ต้องการพัฒนาว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง
จากนั้นผู้ปกครองควรถามตนเองว่ารู้สึกพอใจกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของบุตรหลานนั้นหรือไม่ หากคิด
ว่ายังไม่ดีพอควรพิจารณาปรับปรุงการทํากิจกรรม แล้วลองนําไปปฏิบัติตามขั้นตอนที่กําหนดไว้อีกครั้ง


กลุ่มที่ 6 สังคม : การเล่น (ลักษณะการเล่น ระดับขั้นของการเล่น)

ก่อนรับฟังเนื้อหา

รับฟังเนื้อหา


ความรู้ที่ได้รับ

เทคนิคที่เหมาะสมในการประเมินพัฒนาการด้านสังคม

การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้เป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาเด็ก ปฐมวัยเป็นกระบวนการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมและความสามารถของเด็กในด้านต่าง ๆทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพอย่างต่อเนื่องแล้วนำมาเรียบเรียงอย่างเป็นระบบเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจเกี่ยวกับเด็กหรือการคัดประสบการณ์ให้แก่เด็กการประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้เป็นสิ่งที่ควรเกิดขืนควบคู่ไปกับการจัดประสบการณ์ตามปกติในกิจวัตรประจำวันครูที่ประเมินอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบจะสามารถใช้หลักสูตรและจัด ประสบการณ์ได้อย่างเหมาะสมกับวัย และความแตกต่างระหว่างบุคคลของเด็ก



กลุ่มที่ 7 ปัญญา : ทักษะการคิด และการคิดแบบต่างๆ
 
รับฟังเนื้อหา

แบบประเมิน

ความรู้ที่ได้รับ

การประเมินความสามารถในการคิด

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ระบุว่าสมรรถนะการคิดเป็นความสามารถใน การคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดอย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ หรือสารสนเทศ เพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับตนเอง และสังคมได้อย่างเหมาะสม ซึ่งแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้มีสอดแทรกอยู่แล้วในการพัฒนาผู้เรียน ถ้าจะให้ผู้เรียนมีความสามารถในการคิด แต่ละลักษณะ ผู้สอนควรจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้ทำให้ครบตามกระบวนการหรือขั้นตอนการคิดนั้น ๆ จึงจะทำ ให้ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดนั้น ๆ อย่างยั่งยืน สำหรับการประเมินการคิดแต่ละลักษณะ มีแนวในการวัด ความสามารถ



กลุ่มที่ 8 ปัญญา : ความคิดสร้างสรรค์

เตรียมความพร้อมก่อนรับฟังเนื้อหา


รับฟังเนื้อหา

ใบงาน


แบบทดสอบ

ความรู้ที่ได้รับ
หลักการประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญา : ความคิดสร้างสรรค์
หลักการสําคัญของการดําเนินการประเมินพัฒนาการตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช2560สถานศึกษาที่จัดการศึกษาปฐมวัยควรคํานึงถึงหลักสําคัญของการดําเนินงานการประเมินพัฒนาการตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย สําหรับเด็กปฐมวัยอายุ 3-6 ปี ดังนี้

1.ผู้สอนเป็นผู้รับผิดชอบการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยโดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม

2.การประเมินพัฒนาการมีจุดมุ่งหมายของการประเมินเพื่อพัฒนาความก้าวหน้าของเด็กและสรุปผลการประเมินพัฒนาการของเด็กตัวบ่งชี้สภาพที่พึงประสงค์แต่ละวัยซึ่งกําหนดไว้ในหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย

3.การประเมินพัฒนาการต้องมีความสอดคล้องและครอบคลุมมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์

4.การประเมินพัฒนาการเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ต้องดำเนินการด้วยเทคนิควิธีการที่หลากหลายเพื่อให้สามารถประเมินพัฒนาการเด็กได้อย่างรอบด้านสมดุลทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจสังคม และสติปัญญา

5. การประเมินพัฒนาการพิจารณาจากพัฒนาการตามวัยของเด็ก การสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้และการร่วมกิจกรรมควบคู่ไปในกระบวนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามความเหมาะสมของแต่ละระดับอายุ

6.การประเมินพัฒนาการต้องเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้สะท้อนและตรวจสอบผล การประเมินพัฒนาการศึกษาควรจัดทําเอกสารบันทึกผลการประเมินพัฒนาการของเด็กปฐมวัยในระดับชั้นเรียนและระดับสถานศึกษา


กลุ่มที่ 9 ปัญญา : ทักษะทางภาษา (ฟัง พูด อ่าน เขียน) = การรู้หนังสือขั้นต้น


เตรียมความพร้อม


รับฟังเนื้อหา


แบบทดสอบ


ความรู้ที่ได้รับ

       การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ภาษาสำ หรับเด็กปฐมวัย

              การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้สำ หรับเด็กปฐมวัยเป็นการประเมินเด็ก อย่างรอบ ด้านเป็นระบบ ครอบคลุมพัฒนาการอย่างสม่ำ เสมอต่อเนื่องตามสภาพจริง จากผู้ปฏิบัติ ในกิจวัตรประจำ วัน ซึ่งเป็นการประเมินเด็กเป็นรายบุคคล การประเมินเด็กปฐมวัยจึงมี ความแตกต่างจากการประเมินเด็กในระดับอื่นที่สูงขึ้น

      วิธีการประเมินผล

1. การสังเกตพฤติกรรมของเด็กโดยครูเป็นผู้สังเกตขณะเด็กทำกิจกรรม 

2. การบันทึกพฤติกรรมของเด็กโดยการสัมภาษณ์ 

3. สารสัมพันธ์ระหวางผู้ปกครองกับโรงเรียนโดยผ่านสมุดรายงานพฤติกรรม 

4. สอบถามพฤติกรรมเด็กจากผู้ปกครองในวันนัดประเมินพัฒนาการ 

5. การให้ความร่วมมือและมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมของเด็ก 

6. การสนทนาโต้ตอบ คำถามและแสดงความคิดเห็นได้อย่างเหมาะสม 

7. การนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน 

8. การใช้แบบทบทวนเนื้อหาตามหน่วยการเรียนการสอน 

9. การรวบรวมผลงานในรูปแบบของแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio)



กลุ่มที่ 10ปัญญา : ทักษะพื้นฐานความสามารถด้านคณิตศาสตร์


เตรียมความพร้อมก่อนรับฟังเนื้อหา


รับฟังเนื้อหา


รับชมคลิปวิดีโอ


แบบสะท้อนความคิด


แบบประเมิน


ความรู้ที่ได้รับ

เทคนิควิธีที่เหมาะสมในการประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญา:ทักษะพื้นฐานความสามารถด้านคณิตศาสตร์

เครื่องมือการวัดผลและประเมินผลมีหลายชนิดผู้ใช้ต้องพิจารณาเลือกเครื่องมือให้เหมาะสมเพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีประสิทธิภาพตรงกับจุดมุ่งหมายเครื่องมือวัดผลและประเมินผล มีดังนี้ 

1. แบบทดสอบ(Test)เป็นแบบทดสอบวัดพฤติกรรมด้านพุทธิพิสัยจิตพิสัย และทักษะพิสัยที่ผู้สอนสร้างขึ้นเองหรือเป็นแบบทดสอบมาตรฐานได้แก่แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์แบบทดสอบวัดความถนัดและแบบทดสอบวัดบุคลิกภาพ

2.แบบสังเกต(Observation)เป็นการเก็บข้อมูลด้วยการจดบันทึกพฤติกรรมของผู้ถูกสังเกตในสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่งได้แก่แบบสังเกตโดยตรงและแบบสังเกตโดยอ้อม

3.แบบตรวจสอบรายการ(Checklist)เป็นเครื่องมือที่เหมาะกับการประเมินผลเกี่ยวกับกระบวนการดำเนินงานและผลผลิตจากการปฏิบัติงานของผู้เรียนหรืออาจใช้ในการตรวจสอบการเข้าร่วมกิจกรรมหรือการแสดงออกของพฤติกรรมที่สนใจก็ได้

4.แบบบันทึก(Anecdotal)เป็นเครื่องมือสำหรับบันทึกพฤติกรรมของผู้เรียนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเกี่ยวข้องกับผู้เรียนในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ

5.การบันทึกรายวัน(DiaryRecord)เป็นบันทึกรายวันที่เกี่ยวกับประสบการณ์และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน มักมีลักษณะเป็นการบรรยายซึ่งอาจเน้นเฉพาะเด็กคนใดคนหนึ่งหรือที่ศูนย์การเรียนศูนย์ใดศูนย์หนึ่ง หรือเกี่ยวกับประสบการณ์ของครูเองกับของเด็ก

6.ระเบียนพฤติการณ์(AnecdotalRecord)มักใช้เพื่อบันทึกเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งโดยเฉพาะ

7.การเลือกบันทึกเฉพาะด้าน(Selective Record)เป็นการเลือกบันทึกลักษณะเฉพาะอย่างของโปรแกรมที่จัดในโรงเรียนเช่นการสนทนาของเด็กขณะรับประทานอาหารกลางวันหรือการเลือกศูนย์การเรียนของเด็ก

8.มาตรประเมินพฤติกรรมมาตรประเมินค่าและแบบตรวจสอบ มาตรประเมินพฤติกรรมหรือมาตรประเมินค่ามักใช้ในการประเมินพฤติกรรมที่เด็กแสดงออกอาจมีระดับตั้งแต่ต่ำปานกลางและสูงแสดงลำดับการพัฒนาขึ้นหรือค่าที่สูงขึ้น



กลุ่มที่ 11 ปัญญา : ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์


เตรียมความพร้อมก่อนรับฟังเนื้อหา

รับฟังเนื้อหา

แบบทดสอบ

แบบประเมิน

ความรู้ที่ได้รับ
การประเมินผลการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สําหรับเด็กปฐมวัย

        วิทยาศาสตร์มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการดำรงชีวิตของมนุษย์ การเรียนรู้วิทยาศาสตร์เป็นกระบวนการสำคัญที่จะทำให้เกิดการพัฒนาวิธีคิด ทั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์วิจารณ์มีทักษะที่สำคัญในการค้นคว้าหาความร่วมมือความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ วิทยาศาสตร์จึงมีความสำคัญต่อเด็กปฐมวัย ดังต่อไปนี้ 

   1. ช่วยให้เด็กเป็นคนช่างสังเกตุจากประสบการณ์ที่เด็กได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง จากการทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างนี้ขึ้นตอนซึ่งในการทำกิจกรรมเด็กจะต้องใช้การคิดการค้นคว้าอย่างเป็นระบบ ช่วยให้เด็กได้ใช้ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ 

   2. ช่วยให้เด็กมีประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์เป็นผู้ที่รู้จักคิด รู้จักค้นคว้า และทำความเข้าใจสิ่งต่างๆ เพื่อนำมาเป็นความรู้พื้นฐาน 

   3. ช่วยให้เด็กรู้จักประโยชน์และคุณค่าของสิ่งแวดล้อม เข้าใจถึงธรรมชาติของการอยู่ร่วมกัน การพึ่งพาอาศัยกันการรักษาปกป้องทรัพยากรให้คงอยู่เพื่อการอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตในโลกร่วมกัน 

   4. ช่วยให้เด็กใช้เวลาว่างอย่างมีคุณค่าและมีประโยชน์โดยการเลือกที่กิจกรรมตามความสนใจ และความสามารถเพื่อทาการศึกษา ค้นคว้า ทดลอง 

   5. ช่วยให้เด็กมีอิสระในการคิดการเลือกทุกกิจกรรมตามความพอใจ ฝึกให้เด็กได้ใช้ความพยายาม และความสามารถอย่างเต็มที่ 

  6. ช่วยให้เด็กได้ใช้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายในการทำงานเพื่อประสานสัมพันธ์กันทำให้เกิดทักษะในการเคลื่อนไหว 

   7. ช่วยให้เด็กเป็นคนกระตือรือร้น อยากรู้อยากเห็น ตอบสนองความต้องการตามธรรมชาติตามวัย 

   8. ช่วยพัฒนาความสามารถทางด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และ สติปัญญา วิทยาศาสตร์ช่วยให้พัฒนาการของเด็กเป็นไปตามธรรมชาติอย่างมีระบบและต่อเนื่อง 

   9. ช่วยตอบสนองธรรมชาติตามวัยของเด็ก เนื่องจากเด็กปฐมวัยมความเป็นนักวิทยาศาสตร์ อยู่ในตัวอยู่แล้ว เด็กจงชอบซุกซน ช่างพูด ช่างถาม ชอบค้นหาคำตอบจากการค้นคว้าทดลอง 

   10. ช่วยให้เด็กเป็นนักคิด นักค้นคว้า ทดลอง อยากเรียนอยากรู้ในทุกเรื่อง ส่งเสริมให้เด็ก สัมผัสและปฏิบัติด้วยตนเอง



กลุ่มที่ 12 ปัญญา : พหุปัญญา


                                  เตรียมความพร้อมก่อนรับฟังเนื้อหา

                                                              รับฟังเนื้อหา

                                                               แบบทดสอบ

ความรู้ที่ได้รับ

หลักการประเมินพัฒนาการด้านพหุปัญญา

ตลอดเวลาที่ผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ต้องมีการประเมินผลตามสถานการณ์จริงโดยประเมินตลอดการจัดการเรียนรู้ของผู้สอน โดยการบันทึกผลการสอน ปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะไว้หลังแผนการจัดการเรียนรู้และประเมินผลผู้เรียนโดยเตรียมการล่วงหน้าว่าจะประเมินอะไรประเมินอย่างไรประเมินเมื่อใดประเมินใครและประเมินโดยใครการประเมินจะประเมินตลอดเวลาที่จัดกิจกรรมการเรียนรู้ 



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แบบประเมินบล็อก

  แบบประเมินบล็อก แสกนเพื่อประเมินบล็อก ผลการประเมินบล็อก